ทีมสำรองพร้อมเข้าทำงาน
ผู้ดูแลสำรองที่ผ่านการฝึกตามมาตรฐานเดียวกัน รับช่วงต่อทันทีในกรณีฉุกเฉินหรือลาหยุด
บริการของเรา · Stroke Care
เราเข้าใจดีว่าภาวะสโตรกสามารถเปลี่ยนชีวิตของครอบครัวได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง และทุกวันของการฟื้นตัวคือการเรียนรู้สิ่งใหม่ร่วมกัน ทีมนักกายภาพบำบัดวิชาชีพและผู้ดูแลเฉพาะทางของเรา ที่ใช้แนวทางการฟื้นฟูตามคำแนะนำของ UK NICE และเครื่องมือวัดผล Barthel Index ระดับสากล จะดูแลและฟื้นฟูท่านในทุกระยะของการฟื้นตัว ผ่านกายภาพบำบัดที่บ้านเป็นประจำ การติดตามคะแนนความสามารถในกิจวัตรประจำวันรายเดือนเพื่อปรับแผนการฟื้นฟู และการปรับสภาพแวดล้อมที่บ้านให้เหมาะสมกับการเคลื่อนไหวของท่าน เพื่อให้ท่านได้กลับมามีคุณภาพชีวิตและความเป็นอิสระมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ดูแลครอบครัวที่มีคุณพ่อคุณแม่ในภาวะสโตรกกว่า 60 ครอบครัว ตลอด 7 ปี
เริ่มต้น 33,000 บาท/เดือน
ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง

การดูแลคุณพ่อคุณแม่หลังเกิดสโตรกต้องการทักษะที่เฉพาะเจาะจง ผู้ดูแลของเราจึงต้องผ่านการฝึกเพิ่มเติมทั้งการช่วยเคลื่อนย้ายอย่างปลอดภัย เทคนิคการป้อนอาหารสำหรับภาวะกลืนลำบาก (dysphagia) และการป้องกันการล้ม เพื่อให้ครอบครัวมั่นใจในทุกการดูแลที่บ้าน
ก่อนเริ่มบริการ ทีมพยาบาลวิชาชีพและนักกายภาพบำบัดเข้าประเมินที่บ้านของท่านร่วมกัน ครอบคลุมความสามารถในการเคลื่อนไหวของคุณพ่อคุณแม่ Barthel Index เริ่มต้น สภาพบ้าน และเป้าหมายของครอบครัว เพื่อจัดทำแผนการฟื้นฟูที่เหมาะสมเฉพาะตัว
ก่อนเริ่มงาน ผู้ดูแลที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการฝึกเฉพาะเคสของท่าน รวมถึงโปรแกรมกายภาพที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำระหว่างวัน เทคนิคการช่วยเคลื่อนย้ายอย่างปลอดภัย และการสื่อสารที่เหมาะสมหากท่านมีภาวะ aphasia
การฟื้นฟูคือเส้นทางที่ต้องปรับเปลี่ยนเมื่อความก้าวหน้าเปลี่ยนไป ทีมนักกายภาพและทีมพยาบาลวิชาชีพประเมินรายเดือน และปรับโปรแกรมให้สอดคล้องกับพัฒนาการของคุณพ่อคุณแม่ เพื่อให้ครอบครัวเห็นความก้าวหน้าที่จับต้องได้ในทุกเดือน
ดูแลต่อเนื่อง 365 วัน · ทีมพร้อมเสมอ 24 ชั่วโมง
เมื่อผู้ดูแลหลักของท่านลาหยุด หรือเกิดเหตุฉุกเฉิน ทีมสำรองของเราเข้าทำงานทันที โดยมีพยาบาลวิชาชีพกำกับคุณภาพให้คงเส้นคงวา ครอบครัวจึงไม่ต้องลาหยุดงานเพื่อดูแลคุณพ่อคุณแม่ของท่าน
ผู้ดูแลสำรองที่ผ่านการฝึกตามมาตรฐานเดียวกัน รับช่วงต่อทันทีในกรณีฉุกเฉินหรือลาหยุด
ทุกการดูแลผ่านการประเมินโดยพยาบาลวิชาชีพ มาตรฐานเดียวกันในทุกชั่วโมงของวัน
พยาบาล ผู้ดูแล และนักกายภาพบำบัด ทำงานร่วมกัน ครอบครัวจึงมีคนคอยดูแลเสมอ
ลูกที่ดี ไม่ต้องลาหยุดงาน
นักกายภาพบำบัดวิชาชีพมาที่บ้าน 4 ครั้งต่อเดือน โปรแกรมครอบคลุม range of motion, strengthening, balance, gait training, และ functional training
ระหว่างวันที่นักกายภาพไม่มา ผู้ดูแลจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ทำโปรแกรมเบาๆ ตามที่นักกายภาพออกแบบ เพื่อรักษาความต่อเนื่องของการฟื้นฟู
Barthel Index คือเครื่องมือมาตรฐานในการประเมินความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวัน (Activities of Daily Living) ครอบคลุม 10 ด้าน: การรับประทาน การอาบน้ำ การแต่งตัว การเข้าห้องน้ำ การกลั้นปัสสาวะ/อุจจาระ การย้ายตัว การเดิน การขึ้นบันได คะแนนเต็ม 100
ทีมพยาบาลวิชาชีพประเมินทุกเดือนเพื่อให้ครอบครัวเห็นการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม
การปรับบ้านให้เหมาะสมกับคุณพ่อคุณแม่ในภาวะสโตรกเป็นสิ่งที่สำคัญในการป้องกันการล้มและเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตนเอง
ทีมของเราให้คำปรึกษาเรื่อง: ติดตั้งราวจับในห้องน้ำและบันได, ปรับพื้นไม่ลื่น, จัดเฟอร์นิเจอร์ให้ทางเดินกว้างพอสำหรับ wheelchair, ปรับความสูงของเตียงและเก้าอี้
คุณพ่อคุณแม่ในภาวะสโตรกประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์มีปัญหาการกลืน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงการสำลักและปอดอักเสบ
ทีมของเราจะประเมินการกลืน ปรับเนื้ออาหารให้เหมาะสม สอนท่าทางการรับประทานที่ถูกต้อง และประสานงานกับ speech therapist หากจำเป็น
เรื่องราวจากครอบครัวที่เราดูแล
คุณพ่อของคุณวิทย์เกิดภาวะสโตรกและกลับบ้านด้วยอาการอ่อนแรงครึ่งซีก กลืนอาหารลำบาก คุณวิทย์ทำงานต่างจังหวัดและไม่รู้ว่าจะดูแลคุณพ่ออย่างปลอดภัยได้อย่างไร เขากลัวคุณพ่อสำลักและกลัวคุณพ่อหกล้ม ทีม Yusokh Care ประเมินเคสร่วมกับข้อมูลจากแพทย์ จัดผู้ดูแลที่ผ่านการฝึกด้านการฟื้นฟูหลังสโตรก วางตารางกายภาพบำบัดเบื้องต้นในชีวิตประจำวัน ปรับเนื้ออาหารให้กลืนปลอดภัย และฝึกการเคลื่อนย้ายตัวอย่างถูกวิธี ผ่านไปสองเดือน คุณพ่อลุกนั่งและพยุงตัวเดินในระยะสั้นได้ดีขึ้น ไม่มีเหตุสำลักรุนแรง และคุณวิทย์ติดตามความคืบหน้าของคุณพ่อได้ทุกวันผ่านรายงานของทีม
ชื่อบุคคลและรายละเอียดครอบครัวในทุกกรณีศึกษาเป็นการสมมติขึ้นเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้รับบริการ ตามหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) สถานการณ์สะท้อนลักษณะเคสที่พบจริงแต่ไม่อ้างอิงถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
ค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่แค่ตัวเลขรายเดือน แต่รวมถึงเวลา ภาระ และความเสี่ยงที่ครอบครัวต้องแบกรับ ตารางด้านล่างเปรียบเทียบทางเลือกหลักที่ครอบครัวไทยมักพิจารณา
ครอบครัวต้องจัดการเองทั้งหมด
ไม่มีพยาบาลกำกับ ไม่มีโปรโตคอลทางการแพทย์ ทีมเดียวเสี่ยงเปลี่ยนคนบ่อย
ทีมจัดการให้ครบ ครอบครัวเป็นเพียงลูกหลาน
ทีมสหวิชาชีพ ทีมพยาบาลวิชาชีพกำกับ ทีมพร้อมเสมอ 24 ชั่วโมง โปรโตคอลทางการแพทย์ครบถ้วน
ครอบครัวต้องตัดสินใจเรื่องยากในระยะยาว
ผู้สูงอายุต้องย้ายออกจากบ้าน เปลี่ยนสภาพแวดล้อม ห่างจากครอบครัว
การจ้างผู้ดูแลเองดูเหมือนถูกในระยะสั้น แต่เมื่อรวมต้นทุนแฝงและความเสี่ยง ราคาจริงสูงกว่าที่คิด ในขณะที่ Yusokh Care มีต้นทุนคงที่ คุณภาพการดูแลที่ตรวจสอบได้ และครอบครัวไม่ต้องแบกภาระการบริหารจัดการ
คำถามที่พบบ่อย
การไปคลินิกมีข้อดีคืออุปกรณ์ครบ แต่มีข้อจำกัดคือคุณพ่อคุณแม่เหนื่อยจากการเดินทาง และการฟื้นฟูที่บ้านจะใกล้เคียงกับการใช้งานในชีวิตจริงมากกว่า Yusokh ให้ทั้งการทำที่บ้าน 4 ครั้งต่อเดือน และสนับสนุนให้คุณพ่อคุณแม่ไปคลินิกเสริมหากต้องการอุปกรณ์พิเศษ
งานวิจัยแสดงว่า 6 เดือนแรกคือช่วงที่ฟื้นฟูได้มากที่สุด แต่ไม่ใช่ทั้งหมด คุณพ่อคุณแม่หลายรายยังคงเห็นการพัฒนาใน 1-2 ปี และบางรายยังคงพัฒนาหลัง 2 ปีหากทำการบำบัดต่อเนื่อง การหยุดการบำบัดหลัง 6 เดือนอาจทำให้เสียโอกาสในการฟื้นฟู
ทีมของเราได้รับการฝึกให้ระบุสัญญาณของสโตรกซ้ำ (FAST Scale) และการประสานงานกับ 1669 ทันที สำหรับลูกค้าปัจจุบัน เรามีสายด่วน 24 ชั่วโมงสำหรับการปรึกษาในกรณีฉุกเฉิน และการประสานงานกับโรงพยาบาลที่คุณพ่อคุณแม่เคยรักษา
ขึ้นกับคะแนนเริ่มต้นและความรุนแรงของสโตรก โดยทั่วไป การฟื้นฟูที่ดีจะเห็นการเพิ่มขึ้น 15-30 คะแนนใน 6 เดือนแรก คุณพ่อคุณแม่ที่เริ่มต้นที่คะแนนต่ำมักพัฒนาได้มากกว่าในเชิงตัวเลข ครอบครัวควรพิจารณาแนวโน้มการพัฒนามากกว่าตัวเลขที่แน่นอน
โปรแกรมนี้คือผู้ดูแลประจำที่ผ่านการฝึกอบรมด้านการดูแลหลังสโตรกโดยทีมพยาบาลก่อนเข้าปฏิบัติงาน ครอบคลุมการดูแลกิจวัตรประจำวัน การช่วยฝึกการเคลื่อนไหวและทำกายบริหารตามแผน การจัดท่าและพลิกตัวเพื่อป้องกันแผลกดทับ การดูแลเรื่องการกลืนและโภชนาการ การสังเกตสัญญาณเตือนสโตรกซ้ำ และการดูแลด้านอารมณ์ของคุณพ่อคุณแม่ในช่วงฟื้นฟู ทุกแผนออกแบบโดยพยาบาลร่วมกับทีมสหวิชาชีพ พร้อมการประเมินเคสก่อนเริ่มงาน เพื่อให้การดูแลสอดคล้องกับระดับการฟื้นตัวและข้อจำกัดของแต่ละท่าน
เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ค่าบริการไม่รวมค่ายา เวชภัณฑ์ ผ้าอ้อม อาหารทางการแพทย์ และอุปกรณ์อย่างเตียง ที่นอนลม หรือรถเข็น ไม่รวมค่าแพทย์ ค่าตรวจ และค่าเดินทางไปโรงพยาบาล โปรแกรมพื้นฐานครอบคลุมการช่วยฝึกตามแผน แต่ไม่รวมเซสชันกายภาพบำบัดเฉพาะทางที่ต้องใช้นักกายภาพบำบัดมาเพิ่ม ซึ่งเป็นบริการเสริมที่แจ้งราคาแยก ผู้ดูแลของเราไม่ปรับยาหรือสั่งการรักษา ทุกการเปลี่ยนแปลงด้านการรักษาต้องผ่านแพทย์ หากครอบครัวต้องการบริการเพิ่ม เราจะแจ้งค่าใช้จ่ายล่วงหน้าทุกครั้ง
ทุกเคสเริ่มจากการพูดคุยกับทีมและการประเมินเคสโดยพยาบาลก่อนเสมอ เราจะดูระดับการเคลื่อนไหวของคุณพ่อคุณแม่ ความสามารถในการกลืน ความเสี่ยงการล้ม สภาพแวดล้อมในบ้าน และแผนการรักษาที่แพทย์วางไว้ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เราจับคู่ผู้ดูแลที่มีประสบการณ์ตรงกับเคสสโตรก และออกแบบแผนการดูแลที่เน้นการฟื้นฟูอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนแรกที่สำคัญต่อการฟื้นตัว หลังประเมินครอบครัวจะได้เห็นแผนและค่าใช้จ่ายชัดเจนก่อนตัดสินใจ
การฟื้นฟูหลังสโตรกต้องการความต่อเนื่อง เราจึงมีระบบสำรองผู้ดูแลตลอด 365 วัน เมื่อผู้ดูแลประจำลา เราจะจัดผู้ดูแลสำรองที่ผ่านการฝึกอบรมด้านสโตรกเข้ามาทดแทนทันที โดยพยาบาลผู้ดูแลเคสจะส่งต่อแผนการฟื้นฟู ท่าออกกำลังกาย ระดับการช่วยเหลือ และข้อควรระวังเรื่องการกลืนของคุณพ่อคุณแม่ให้ผู้ดูแลสำรองอย่างครบถ้วน เพื่อให้การฝึกและการดูแลเดินหน้าต่อเนื่อง ไม่สะดุด และยังคงรักษามาตรฐานความปลอดภัยเดิมไว้
40,000 บาท/เดือนคือราคาเริ่มต้นของโปรแกรมสโตรกในรูปแบบดูแลประจำมาตรฐาน ราคาอาจปรับตามความเข้มข้นของการดูแล เช่น เคสที่ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย มีภาวะกลืนลำบากที่ต้องดูแลใกล้ชิด มีโรคร่วมหลายอย่าง รูปแบบกะการทำงาน และบริการเสริมอย่างนักกายภาพบำบัด หลังการประเมินเคส เราจะแจ้งราคาที่ตรงกับความต้องการจริงของคุณพ่อคุณแม่ ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง และทุกบริการเพิ่มเติมจะแจ้งและขอความยินยอมจากครอบครัวก่อนเสมอ
ความเสี่ยงสโตรกซ้ำเป็นสิ่งที่ครอบครัวกังวลมากที่สุด ผู้ดูแลของเราได้รับการฝึกให้รู้จักสัญญาณเตือน เช่น ใบหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน หรือพูดไม่ชัด ตามหลัก FAST และเข้าใจว่าทุกนาทีมีความหมาย เมื่อพบสัญญาณ ผู้ดูแลจะติดต่อทีมพยาบาลที่พร้อมตอบสนองทันที ประสานการนำส่งโรงพยาบาล และแจ้งครอบครัวควบคู่กัน นอกจากนี้แผนการดูแลยังเน้นปัจจัยป้องกันสโตรกซ้ำ เช่น การกินยาตรงเวลา การควบคุมความดันและน้ำตาล โดยการปรับยาทั้งหมดอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
แบบคัดกรองการกลืน
EAT-10 เป็นแบบคัดกรองปัญหาการกลืนที่ใช้กันในระดับสากล ให้คุณพ่อคุณแม่เป็นผู้ตอบ หรือให้ผู้ดูแลที่สังเกตอาการอย่างใกล้ชิดช่วยตอบ โดยให้คะแนนแต่ละข้อจาก 0 (ไม่มีปัญหา) ถึง 4 (รุนแรงมาก) ทั้ง 10 ข้อ ใช้เวลาประมาณ 2 นาที
คะแนนรวม จาก 40
จากคำตอบ ยังไม่พบสัญญาณที่บ่งชี้ปัญหาการกลืนที่ชัดเจน
คำแนะนำ
คะแนนรวม จาก 40
จากคำตอบ พบสัญญาณที่บ่งชี้ปัญหาการกลืน ซึ่งควรได้รับการตรวจประเมินโดยแพทย์หรือนักกิจกรรมบำบัด ภาวะกลืนลำบากเพิ่มความเสี่ยงต่อการสำลัก ขาดสารอาหาร และปอดอักเสบ
ควรทำอย่างไร
ทีมพยาบาลวิชาชีพของ Yusokh Care มีประสบการณ์ดูแลผู้ที่มีภาวะกลืนลำบาก ทั้งการจัดอาหารและการป้องกันการสำลัก ยินดีให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
คะแนนรวม จาก 40
จากคำตอบ พบสัญญาณของภาวะกลืนลำบากในระดับที่ควรพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย เช่น การสำลักและปอดอักเสบจากการสำลัก
ควรทำอย่างไร
ทีมพยาบาลวิชาชีพของ Yusokh Care พร้อมดูแลผู้ที่มีภาวะกลืนลำบากอย่างใกล้ชิด ทั้งการให้อาหารอย่างปลอดภัยและการป้องกันการสำลัก โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษา
ผลการประเมินนี้เป็นเพียงการคัดกรองเบื้องต้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีข้อกังวล ควรพาคุณพ่อคุณแม่ไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียดอีกครั้ง
แบบคัดกรองนี้พัฒนาจาก Eating Assessment Tool (EAT-10) ซึ่งเป็นเครื่องมือคัดกรองภาวะกลืนลำบากที่ใช้กันในระดับสากล ผลการประเมินเป็นเพียงการคัดกรองเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์
ทีมพยาบาลวิชาชีพของเรารับฟังสถานการณ์ของคุณพ่อคุณแม่ และให้คำแนะนำที่เหมาะสมในการตัดสินใจ