ในครอบครัวไทย การดูแลคุณพ่อคุณแม่ที่เจ็บป่วยคือบทบาทที่ลูกรับมาด้วยความรักและความกตัญญู แต่เมื่อภาระหนักและยาวนานโดยไม่มีการสนับสนุน จึงนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า caregiver burnout ซึ่งส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพของท่านที่ดูแล คุณภาพการดูแลที่คุณพ่อคุณแม่ได้รับ และความสัมพันธ์ในครอบครัว
งานวิจัยในประเทศไทยพบว่าลูกที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่ที่เจ็บป่วยมีอัตราการเกิดภาวะซึมเศร้าสูงกว่าประชากรทั่วไป 2-3 เท่า และ 40-70% ของ family caregivers แสดงอาการ burnout ในระดับใดระดับหนึ่ง
01 สัญญาณของ Caregiver Burnout
สัญญาณทางร่างกาย
- เหนื่อยล้าเรื้อรังที่ไม่หายแม้นอนพัก
- ปวดหัว ปวดหลัง ปวดคอบ่อยๆ
- น้ำหนักเปลี่ยนแปลงผิดปกติ
- นอนไม่หลับ หรือนอนมากผิดปกติ
- ภูมิคุ้มกันลดลง เจ็บป่วยบ่อย
- ความดันโลหิตสูงขึ้น
สัญญาณทางอารมณ์
- รู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง โดยไม่มีเหตุผลชัดเจน
- หงุดหงิดง่าย โมโหกับเรื่องเล็กน้อย
- รู้สึกผิดต่อคุณพ่อคุณแม่ หรือต่อตนเอง
- ไม่สนใจสิ่งที่เคยชอบ
- รู้สึกโดดเดี่ยวแม้มีคนรอบข้าง
สัญญาณทางพฤติกรรม
- ขาดสมาธิ หลงลืมเรื่องสำคัญ
- หลีกเลี่ยงการพบปะผู้อื่น
- ใช้สุรา ยา หรือช้อปปิ้งเพื่อผ่อนคลาย
- ละเลยสุขภาพตนเอง
- คิดหรือพูดถึงการทำร้ายตนเอง
02 ทำไมลูกหลานไทยจึงมีความเสี่ยงสูง
- วัฒนธรรมครอบครัวคาดหวังให้ลูกดูแลคุณพ่อคุณแม่โดยตรง
- การจ้างผู้ดูแลบางครั้งถูกมองว่าไม่กตัญญู
- หลายครอบครัวเป็น nuclear family ไม่มีญาติใกล้ชิดช่วย
- ลูกคนเดียว/ลูกใกล้ที่สุดมักเป็นผู้รับภาระหลัก
- การทำงานประจำ + ดูแลคุณพ่อคุณแม่ = ความเครียดซ้อน
- ความรู้สึกผิดเมื่อขอความช่วยเหลือหรือพักผ่อน
03 7 แนวทางการรับมือ Caregiver Burnout
01 ยอมรับว่ากำลังเผชิญ burnout
ขั้นแรกที่สำคัญที่สุด burnout ไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอ แต่คือภาวะที่เกิดกับทุกคนที่รับภาระเกินตัวเป็นเวลานาน ลูกที่ดี ไม่ต้องแบกทุกอย่างเพียงลำพัง
02 ให้ตนเองมีสิทธิ์พักผ่อน
กำหนดช่วงเวลาพักที่แน่นอนทุกสัปดาห์ แม้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ปราศจากความรู้สึกผิด
03 แบ่งงานกับสมาชิกครอบครัว
การแบ่งไม่ต้องเท่ากัน แต่ต้องยั่งยืน พี่น้องต่างจังหวัดอาจช่วยเรื่องการเงิน แทนการดูแลตัว
04 ขอความช่วยเหลือจากมืออาชีพ (Respite Care)
Respite care คือผู้ดูแลมืออาชีพที่เข้ามาช่วยในช่วงสั้น ๆ เพื่อให้ท่านที่เป็นผู้ดูแลหลักได้พัก ไม่ใช่สัญญาณของการล้มเหลว แต่คือแนวทางที่ยั่งยืนในระยะยาวสำหรับครอบครัว
05 ดูแลสุขภาพตนเอง
- ตรวจสุขภาพประจำปี ไม่ขาด
- ออกกำลังกายอย่างน้อย 15-30 นาที/วัน
- นอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมง (ใช้ respite care ช่วยถ้าจำเป็น)
- ลดแอลกอฮอล์และคาเฟอีน
06 ปรึกษานักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์
หาก burnout รุนแรง มีอาการซึมเศร้าหรือวิตกกังวลที่กระทบการทำงาน ขอความช่วยเหลือมืออาชีพ
07 เชื่อมต่อกับกลุ่มสนับสนุน
การพูดคุยกับผู้ดูแลคนอื่นที่เผชิญสถานการณ์คล้ายกัน ช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยว
04 การสื่อสารกับครอบครัวเรื่องการแบ่งภาระ
ก่อนการประชุมครอบครัว
- เตรียมรายละเอียดสถานการณ์ปัจจุบันและงบประมาณ
- จดภาระที่ตนเองรับอยู่ในปัจจุบัน
- คิดล่วงหน้าว่าต้องการให้แต่ละคนช่วยอะไร
- เตรียมใจสำหรับปฏิกิริยาที่หลากหลาย
ระหว่างการประชุม
- พูดจากความรู้สึกตนเอง ไม่กล่าวหาผู้อื่น
- ใช้ข้อเท็จจริงและตัวเลข
- เปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงความคิดเห็น
- หาทางออกที่ทุกคนยอมรับได้
- บันทึกข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร
05 เมื่อไหร่ที่ควรพิจารณาบริการดูแลมืออาชีพ
- ผู้ดูแลหลักแสดงสัญญาณ burnout ชัดเจน
- คุณพ่อคุณแม่ต้องการการดูแลที่ซับซ้อนเกินความสามารถของครอบครัว
- ผู้ดูแลหลักมีปัญหาสุขภาพของตนเอง
- การดูแล 24 ชั่วโมงเริ่มเป็นไปไม่ได้
- ชีวิตการงานของผู้ดูแลได้รับผลกระทบรุนแรง
- ความสัมพันธ์ในครอบครัวเริ่มแย่ลง
06 คำถามที่ผู้ดูแลสอบถามบ่อย
ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าเหนื่อยธรรมดา หรือ burnout?
ความเหนื่อยธรรมดาจะดีขึ้นหลังพัก 2-3 วัน ขณะที่ burnout จะเรื้อรังและไม่หายแม้พักผ่อน ถ้าเหนื่อยล้าต่อเนื่อง 2-3 สัปดาห์ + มีอาการทางกาย/อารมณ์ = อาจเป็น burnout
ทำอย่างไรเมื่อพี่น้องไม่ยอมช่วย?
(1) คุยตรงไปตรงมาโดยใช้ข้อเท็จจริง (2) ตกลงให้ช่วยเรื่องเงินแทนเวลา (3) ถ้าตกลงไม่ได้ พิจารณาจัดมรดกตามสัดส่วนการดูแล (4) ใช้บริการมืออาชีพและแบ่งค่าใช้จ่ายตามสัดส่วน
รู้สึกผิดเมื่อออกไปพักผ่อน ทำอย่างไร?
เปลี่ยนมุมมอง การพักคือการลงทุนเพื่อให้ท่านดูแลคุณพ่อคุณแม่ได้ต่อไปในระยะยาว เพราะการดูแลไม่มีวันหยุด ผู้ดูแลจึงต้องมีวันที่ได้พัก หากรู้สึกผิดมาก แนะนำให้ปรึกษานักจิตวิทยา
ค่าใช้จ่ายของ respite care?
- Respite รายวัน: 2,500-4,500 บาท/วัน
- Day care: 500-1,500 บาท/วัน
- ผู้ดูแลรายชั่วโมง: 250-500 บาท/ชม.
- Yusokh General Care: 38,000 บาท/เดือน (24 ชม.)
คุณพ่อคุณแม่ไม่ยอมให้คนอื่นมาดูแล ทำอย่างไร?
(1) เริ่มจากช่วงสั้น 2-3 ชั่วโมง (2) เลือกผู้ดูแลที่บุคลิกเข้ากับคุณพ่อคุณแม่ (3) อยู่ด้วยในช่วงแรก (4) ให้คุณพ่อคุณแม่มีส่วนในการเลือก
